อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า

ได้ประชุมร่วมกับรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งออกผลไม้ไปจีน ผ่านระบบแบบซูม กับอัครราชทูต ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการวางแนวปฏิบัติการเปลี่ยนรหัสรับรองรูปแบบใหม่สำหรับสินค้าผลไม้ที่ส่งออกไปจีนให้สอดคล้องกับประกาศสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เรื่องกำหนดรหัสในการใช้และแสดงเครื่องหมายในการรับรองมาตรฐานสำหรับสินค้าเกษตรที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน โดยการส่งรายชื่อสวนผลไม้ส่งออกไปจีน รอบต่อไปกำหนดไว้ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งกรณีแปลงใหม่ที่ยื่นขอรับรองแปลง GAP และแปลงเก่าที่ขอยื่นต่ออายุ GAP ไปแล้วนั้น กรมได้เปลี่ยนรหัสให้เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมดแล้ว ส่วนแปลงเก่าที่ GAP ยังไม่หมดอายุ เกษตรกรสามารถติดต่อมายัง สวพ. ในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อยื่นขอเปลี่ยนเป็นรหัสในรูปแบบใหม่ได้แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปัจจุบันจนถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจากกรมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รองรับฤดูส่งออกผลไม้ทั้งทุเรียน และลำไยที่จะเริ่มใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไป เพื่อมิให้เกิดผลกระทบกับการส่งออก ทั้งนี้ในโอกาสที่จะปรับรหัสสวนใหม่ ได้มอบนโยบายให้กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าจำพวกพืช ในการนำเครื่องหมาย QR CODE ไปใส่ไว้ในใบรับรองแปลง GAP ใหม่นี้ด้วยเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และนอกจากนี้ยังได้มีการสั่งการให้ทุกด่านตรวจพืชเข้มงวดในการตรวจทุเรียนส่งออก หากเจ้าหน้าที่กระทำไม่ถูกต้อง พิจารณาลงโทษตามกฎระเบียบราชการทันที กรณีเอกชนรายใดมีประวัติว่าเคยพบการเตรียมส่งทุเรียนด้อยคุณภาพให้ตรวจสอบ 100% ทั้งต้นทางและปลายทาง ก่อนส่งออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ขอให้พื้นที่เข้มงวดในการตรวจสอบทุเรียนทุกล็อตให้ได้คุณภาพตามเงื่อนไขที่กำหนด เนื่องจากตามข้อสังเกตของทูตเกษตรกว่างโจว และทูตเกษตรเซี่ยงไฮ้เห็นว่าชาวจีนก็อยากลองทุเรียนจากประเทศอื่น เช่น เวียดนาม ดังนั้น การรักษาคุณภาพของทุเรียนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะรักษาตลาด เพื่อให้ผู้ได้บริโภคสินค้าได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ และมีความเชื่อมั่นต่อทุเรียนและผลไม้ไทย

แหล่งที่มา: (ข้อมูลข่าวสารจากกรมวิชาการเกษตร)